วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ประสบการณ์ แผ่เมตตา

ตอนที่เรายังไม่เป็นเมตตา แผ่เมตตายังไม่มาก แผ่ยังไง ก็ไม่เห็นได้ผล มีแต่สงสัย และเห็นความโมโห แต่พอ แผ่เป็น และ แผ่มากแล้ว บางทีแค่่คิด จะแผ่ ไอเย็นๆ ก็ขึ้นมาให้เห็นแล้ว เมตตาไม่ใช่ มีให้เราคิดว่า..จะให้คนอื่นเป็นสุข ต้องแผ่ แล้วแผ่อีก ต้องเจอกับ โทสะ เกิดขึ้น ในใจ เป็นระลอก บางครั่ง แทบจะผ่านไม่ได้ ต้องอาศัย ขันติ อดทน กัดฟันแผ่สู้ ชนิด แทบขาดใจตาย แต่ก็ไม่ตายซะที นี่ละท่านว่า..ไม่มีอะไร ได้มาง่ายๆ จากหนังสือ วิธีฝึกใจไม่ให้โกรธ พระนิพนธ์ สมเด็จพระญาณสังวร วิธีที่จะแก้ไขจิตใจ ให้มีความโกรธน้อย ให้มีความโกรธยาก จนถึงไม่ให้มีความโกรธเลย จำเป็นต้องสร้างความเมตตาให้เกิดขึ้นในจิตใจให้มากพอจะยอมเข้าใจในเหตุผลของบุคคลอื่นที่ทำผิดพลาด หรือบกพร่อง ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องฝึกใจให้มีเหตุผล ให้เห็นเหตุผลเป็นสิ่งสำคัญ เป็นสิ่งควรเคารพ เมื่อเหตุผลเป็นสิ่งสำคัญในจิตใจของผู้ใดแล้ว ผู้นั้นจักเป็นผู้ไม่ใช้อารมณ์ ถึงแม้จะโกรธแล้ว แต่เมื่อเหตุผลเกิดขึ้น ก็จะสามารถทำให้ความโกรธดับลงได้ พระยโสธราเถรีกราบทูลเล่าเรื่องการบำเพ็ญบารมีของพระนางในอดีตชาติให้พระพุทธองค์ทรงสดับ ช่างเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจยิ่งนักพระนางได้กลายเป็นวัตถุทานให้พระพุทธเจ้าสมัยเป็นพระโพธิสัตว์บริจาคไม่เฉพาะแต่สมัยเสวยพระชาติเป็นพระนางมัทรีในเวสสันดรชาดก พระเวสสันดรบริจาคพระนางให้เป็นภรรยาของพระอินทร์ผู้มาในรูปพราหมณ์เท่านั้น นับหลายพันโกฏิกัป พระโพธิสัตว์ก็บริจาคพระนางให้เป็นภรรยาของคนอื่นเช่นเดียวกัน พระนางทรงอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของพระพุทธเจ้า ทว่าเราชาวพุทธไม่ค่อยได้เอ่ยถึงสักเท่าไหร่ แม้นไม่มีพระนางยโสธราเป็นคู่ครอง พระโพธิสัตว์จักไม่อาจบำเพ็ญบารมีในขั้นปรมัตถบารมี (สละสิ่งของอันเป็นที่รักยิ่ง) สตรีนางใดไม่อาจทัดเทียมพระนางในทางเสียสละ สละได้แม้กระทั่งชีวิต ทั้งนี้ เพราะพระนางมีจิตเสมอกับพระโพธิสัตว์ จงรักภักดีอย่างไม่เสื่อมคลาย ความรักของพระนางคือความเสียสละอย่างใหญ่หลวง ไม่คิดหวงแหนยึดเหนี่ยวเอาไว้ ปรารถนาให้พระโพธิสัตว์บรรลุถึงจุดมุ่งหมายสูงสุด คือ ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น